Category Archive: ข่าวกีฬา

ม.ค. 20

สามนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในสโมสรลิเวอร์พูล

หงส์แดงตะแคงฟ้า ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลล่าสุด ที่ว่ากันว่าปีนี้ยังไม่ได้มีการเสริมทัพให้แฟนบอลได้ฮือฮากันเลย ซึ่งหาจะเป็นเพราะเศรษฐกิจที่ต้องรัดเข็มขัดกันพอสมครจะผลกระทบของภาวะการแพร่ระบาดโควิด

แต่ไม่ซื้อยังไม่เท่าไหร่แต่มีข่าวแว่วว่าอาจจะมีนักเตะบางคนที่ตกเป็นเป้าหมายของยักษ์ใหญ่ตามสโมสรต่างๆนั่นเอง ซึ่งรายชื่อที่ออกมาก็เรียกได้ว่าทำให้แฟนบอลหงส์แดงอาจต้องกังวลใจกันบ้างพอสมควร

คนแรกคือ ซาดิโอ มาเน่ ซึ่งตอนนี้ตกเป็นข่าวกับสโมสรบาร์เซโลน่า เนื่องจากหาก เมสซี่ ได้มีการอำลาสโมสรบาร์เซโลน่าจริงๆแล้วนั้นอาจจะทำให้บาร์เซโลน่าต้องหาตัวแทนของเมสซี่ คนต่อไป

ซึ่งนอกจาก เปาโล ดียาบาล่าของยูเวนตุสแล้วนั้น ก็มีชื่อของซาดิโอ มาเน่ เข้ามาเอี่ยวด้วยดังนั้นถ้าหากมีการเจรจาซื้อตัวนักเตะคนนี้จริงๆแล้วหล่ะก็เชื่อว่า แนวรุกทีมชาติเซเนกัลคนนี้จะถูกตั้งค่าตัวไว้ที่หนึ่งร้อยแปดล้านปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่สี่พันสามร้อยยี่สิบล้านบาท

คนที่สองคือ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ อีกหนึ่งตัวรุกของหงส์แดงตะแคงฟ้า ที่ตอนนี้ค่าตัวของนักเตะชาวอียิปต์ได้ถูกตั้งไว้ที่หนึ่งร้อยแปดล้านปอนด์หรือราวสี่พันสามร้อยยี่สิบล้านบาท

ด้วยฟอร์มการเล่นที่จัดจ้านทั้งยิงทั้งจ่ายทำให้ ซาลาห์ กลายเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่เป็นเป้าหมายของยักษ์ใหญ่ในยุโรป ซึ่งว่ากันว่าตอนนี้ทาง มาดริด ราชันชุดขาว ก็จดจดจ้องๆ นักเตะคนนี้ไม่ให้ห่างสายตาอยู่เหมือนกัน

คนสุดท้ายคือ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ซึ่งว่ากันว่านี่คือแบ๊กขวาที่ดีทีสุดในพรีเมียร์ลีกคนปัจจุบันและอาจจะดีถึงขั้นดีที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ ซึ่งเจ้าตัวนั้นเรียกได้ว่ามีเลือดหงส์แดงอยู่เต็มตัว

เพราะเค้าเติบโตมาจากอะคาเดมี่ของหงส์แดงโดยตรง และจากฟอร์มล่าสุดในสองฤดูกาลที่ผ่านมานั้น ทำให้เจ้าหนูคนนี้มีค่าตัวพุ่งไปถึงเก้าสิบเก้าล้านปอนด์เลยทีเดียว และตอนนี้บรรดายักษ์ใหญ่ไม่ว่าจะเป็นรีลมาดริด บาร์เซโลน่าต่างก็อยากจะได้นักเตะคนนี้ไปร่วมทีม

แต่ในความเป็นจริงแล้วคงเป็นไปได้ยากที่ กุนซือ อย่างคล๊อป จะยอมปล่อยตัวนักเตะทั้งสามคนนี้ออกไป เพราะด้วยลักษณะการทำทีมของคล๊อปแล้วนั้น หากนักเตะคนไหนเล่นเข้ากับระบบที่เค้าได้วางไว้ เชื่อว่าไม่ว่าจะอย่างไร คล๊อปไม่ยอมปล่อยนักเตะออกจากทีมแน่นอน

 

 

สนับสนุนโดย    ufabet เว็บแม่

ม.ค. 13

แรชฟอร์ด  แข่งฟุตบอลเสร็จก็ออกเดินสายช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อ 

                  วันนี้เราจะมาพูดถึงพฤติกรรมของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ซึ่งเขาคือหนึ่งในผู้เล่นที่ดีของทีมสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดโดยเขาเล่นอยู่ในตำแหน่งศูนย์หน้าของทีมซึ่งก่อนหน้านี้   มาร์คัส แรชฟอร์ด ได้มีการทุ่มเทอย่างหนักให้กับทีมสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

และแน่นอนว่าการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษนั้นพึ่งหมดลงไปและทีมที่ได้รับชัยชนะในการแข่งขันในครั้งนี้ก็คือทีมสโมสรลิเวอร์พูลนั่นเองอย่างไรก็ตามในช่วงที่ปิดฤดูกาลการแข่งขันพรีเมียร์ลีกอังกฤษนี้หลายสโมสรได้ให้นักกีฬาของตนเองนั้นได้พักผ่อนเป็นระยะเวลาประมาณ 1 อาทิตย์

เพื่อได้ทุกคนนั้นกลับไปใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวของตนเองและได้เป็นผ่อนคลายสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจหลังจากที่ต้องคร่ำเคร่งกับการทุ่มเทให้กับการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษมาเป็นระยะเวลาหลายสัปดาห์ด้วยกัน

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือศูนย์หน้าอย่าง   มาร์คัส แรชฟอร์ด  ซึ่งเขาก็คือหนึ่งในนักกีฬาที่ได้รับอนุญาตให้ได้พักผ่อนจากการแข่งขันฟุตบอลนั่นเองแต่อย่างไรก็ตามเรามีรายงานข่าวเข้ามาจากผู้สื่อข่าวที่มีการติดตาม Instagram และ Twitter ส่วนตัวของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ได้มีการพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของความน่ารัก

และความเป็นคนใจบุญของ มาร์คัส แรชฟอร์ด  ซึ่งเขาเป็นบุคคลหนึ่งที่อุทิศตนให้กับสังคมและช่วยเหลือสังคมได้มาโดยวิธีการช่วยเหลือของเขาในครั้งนี้นั้นเขาได้มีการเตรียมข้าวของเครื่องใช้ถุงยังชีพต่างๆที่จะออกไปช่วยเหลือให้กับผู้ยากไร้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิช- นั่นเองโดยในครั้งนี้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ได้มีการโพสต์ข้อความขึ้นมาว่าเขาจะเดินทางไปช่วยผู้คนที่ได้รับผลกระทบ

และผู้คนที่ยากไร้ซึ่งเขาได้เดินทางไปกับองค์กรองค์กรหนึ่งโดยเข้าร่วมมือกับองค์กรนี้มาเป็นระยะเวลานานแล้วโดยนำเข้าของเครื่องใช้ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ใช่เป็นการช่วยเหลือครั้งแรกที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด เคยทำมาเพราะเขาเคยออกไปช่วยเหลือคนที่ได้รับความเดือดร้อนมาแล้ว

หลายรายและเขายังเป็นผู้นำเกี่ยวกับเรื่องของการติดต่อกับทางรัฐบาลอังกฤษให้ออกมาช่วยเหลือผู้ยากไร้ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการที่เขามีการส่งจดหมายไปร้องขอไม่ให้ทางรัฐบาลนั้นตัดงบประมาณเรื่องของคูปองอาหารกลางวัน

สำหรับเด็กผู้ยากไร้อีกทั้งเขายังเป็นแกนนำและเป็นผู้นำในเรื่องของการหาเงินมาช่วยเหลือผู้ยากไร้โดยเป็นการเปิดรับการบริจาคเปิดระดมทุนผู้ช่วยเหลือผู้ยากไร้ในประเทศอังกฤษเลขมาซึ่งถือได้ว่านักฟุตบอลหนุ่มคนนี้เป็นคนที่มีพฤติกรรมที่น่ารักชอบช่วยเหลือผู้อื่นเป็นอย่างมากและควรเอาเป็นแบบอย่างนั้นเอง

 

 

สนับสนุนโดย  สมัคร Gclub

ม.ค. 06

เลื่อนการประชุมใหญ่ของฟุตบอล

นัดประชุมใหญ่ของฟุตบอลอาเซียนอาจต้องเลื่อนการแข่งขันออกไปก่อน

       สำหรับวันที่ 30 เดือนกรกฎาคมปีพศ2563 นี้ฝ่ายการจัดการแข่งขันฟุตบอลอาเซียนได้มีการนัดประชุมใหญ่กันขึ้นมาซึ่งจะมีการพูดถึงการแข่งขันฟุตบอล AFF Asian Cup 2020 ซึ่งโดยปกติแล้วก็จะมีการแข่งขันแล้วแต่เนื่องจากว่าสถานการณ์การระบาดของไวรัสยังไม่ดีขึ้นหลายประเทศในเขตอาเซียน

ยังได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสทำให้นักกีฬาหลายประเทศยังไม่มีความพร้อมที่จะเดินทางมาทำการแข่งขันกีฬา ซึ่งในคณะทำงานของฟุตบอลอาเซียนได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษเพื่อให้พิจารณาการแข่งขันฟุตบอลที่จะมีการจัดขึ้นหรือไม่ในปีนี้ซึ่งหนึ่งในคณะกรรมการการแข่งขันนั้นมีคณะกรรมการชาวไทยรวมอยู่ด้วยนั่นก็คือ คุณพาทิศ   เศรษฐพงศ์

ซึ่งขณะนี้เขากำลังดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการสมาคมฟุตบอลกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งเขาได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวได้ว่าในวันนี้จะมีการประชุมกันอีกครั้งหนึ่งซึ่งเป็นการประชุมกันครั้งที่ 2 แล้วโดยจะต้องมีมติลงความเห็นกันแล้วว่า ในวันที่ 23 เดือนพฤศจิกายนจนถึงวันที่ 31 เดือนธันวาคมนั้น

ทางฟุตบอลอาเซียนจะยังคงมีการจัดการแข่งขันอยู่หรือไม่เนื่องจากว่าตอนนี้หลายประเทศยังได้รับผลกระทบอยู่ เส้นทางคุณพาทิศเองก็ได้ออกมาพูดถึงการประชุมในครั้งแรกว่าในครั้งแรกหลายประเทศยังอยากให้มีการเลื่อนการแข่งขันออกไปก่อนเพราะยังอยากให้การแข่งขันภายในประเทศของแต่ละประเทศนั้น

มีการแข่งขันฟุตบอลของตนเองให้เสร็จสิ้นไปก่อนหลังจากนั้นก็ต้องรอดูสถานการณ์ของการระบาดของไวรัสโควิตอีกว่าจะดีขึ้นกว่าเดิมหรือไม่แล้วค่อยนำมาพิจารณากันอีกทีหนึ่งดังนั้นทำให้คุณพาทิศเองมีความเชื่อมั่นว่าการประชุมกันในครั้งที่ 2 นี้ทางด้านสมาคมฟุตบอลอาเซียนอาจจะต้องมีการประกาศเลื่อนการแข่งขันออกไปเป็นปีหน้า

ดังนั้นการแข่งขันฟุตบอลที่เป็นการแข่งขันระหว่างประเทศหรือเป็นการแข่งขันฟุตบอลนานาชาตินั้นอาจจะยังไม่มีข้อสรุปอย่างแน่นอนเพราะต้องรอดูสถานการณ์ของแต่ละประเทศไปก่อนเพราะตารางการแข่งขันที่แต่ละประเทศส่งมานั้นก็เป็นการวางแผนการล่วงหน้าซึ่งถ้าหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้นอย่างเช่นการระบาดของไวรัสนั้นยังคงมีความรุนแรงอยู่ก็อาจจะต้องมีการเลื่อนการแข่งขันออกไปก่อนนั่นเอง

          เกี่ยวกับเรื่องของการแข่งขันฟุตบอลนั้นถ้าเป็นการจัดการภายในประเทศกันเองก็ไม่เกิดอันตรายและไม่ส่งผลกระทบต่อการระบาดของไวรัสมากนักเพราะแต่ละประเทศนั้นก็จะมีการจัดการของตนเองอย่างดีซึ่งประเทศไทยเราเองตอนนี้การระบาดไม่ได้รุนแรงมากยิ่งสามารถที่จะจัดการแข่งขันในประเทศของเรากันเองได้

แต่หากเมื่อใดก็ตามที่มีการเปิดการแข่งขันระหว่างประเทศขึ้นมาหรือเป็นการแข่งขันระหว่างกลุ่มอาเซียนการแข่งขันฟุตบอลโลกซึ่งจะต้องมีการเดินทางไปต่างประเทศต่างๆและก้าวหน้ากลัวว่าอาจจะทำให้มีการระบาดของไวรัสเพิ่มมากขึ้นได้นั่นเองดังนั้นควรจะมีการเลื่อนออกไปก่อนจะเป็นการดีที่สุด

 

 

ขอบคุณ  เว็บพนันออนไลน์ ฝากขั้นต่ำ 50   ที่ให้การสนับสนุน

ธ.ค. 15

เอ็ดการ์ ดาวิดส์

นักฟุตบอลฮาร์ดแมนของโลกลูกหนังในยุค90 เอ็ดการ์ ดาวิดส์เป็นนักฟุตบอลที่เติบโตขึ้นมาจากเมืองเล็กในประเทศฮอลแลนด์และด้วยความยากลำบากและความยากจนนั้นทำให้เขานั้นใฝ่ฝันที่จะเป็นนักกีฬาฟุตบอลมาตั้งแต่เขานั้นยังเป็นเด็ก

และเขามักจะเล่นฟุตบอลกับเพื่อนที่ข้างถนนเสมอเขาจะเป้นผู้ชนะในการแข่งขันทุกครั้งด้วย เป็นสิ่งที่เขานั้นสร้างสรรค์ขึ้นมาให้เป็นจุดเด่นและเอกลักษณ์ของเขาในตอนนั้นและความสามารถของเขานั้นก็ฉายแสงทำให้ทีมเยาวชนของอิแจ็คอัมสเตอร์นั้นมีความสนใจและให้โอกาสเขาเข้ามร่วมกับทีมนั่งเอง

เอ็ดการ์ ดาวิดส์นั้นถือว่าเป็นนักบอลเยาวชนที่มีความตั้งใจและมีการฝึกฝนพัฒนาฝีมือของตัวเองอยู่สม่ำเสมอ ถึงแม้ว่าร่างกายของเขานั้นจะไม่ได้มีความสมบูรณ์แบบอย่างคนทั่วๆไปเพราะเขามีรูปร่างที่เล็กและไม่สูงเนื่องจากในตอนเด้กนั้นเขาอยู่ในครอบครัวที่ยากจนและไม่มีอาหารที่มีประโยชน์เพียงพอมันจึงส่งผลทำให้เขานั้นกลายเป้เด็กที่ขาดสารอาหารนั่นเอง 

จนกระทั่วเขานั้นได้รับโอกาสในการลงเล่นกับทีมชุดใหญ่และเขานั้นได้มีการเปลี่ยนรแปลงตำแหน่งในการเล่นจากตัวรุกไปเป็นตัวรับและเขาก็สามารถรับผิดชิบในหน้าที่ที่เค้านั้นได้รับมอบหมายอย่างที่เยี่ยมและเขาสามารถสร้างสรรค์ผลงานให้กับทีมอย่างมากมายด้วยทีมที่แข็งแกร่งด้วยแล้วนั้นทำให้อาแจ็คอัมสเตอร์นั้นกลายเป็นแชมป์ยุโรปในปี 1995

ด้วยการเอาชนะทีมดังอย่างมิลานได้สำเร็จและถือว่าเป็นจุดที่ประสบความสำเร็จอย่างมากของทีมอาแจ็คอัมสเตอร์ดัมในยุคนั้น ซึ่งมีนักเจะหลายๆคนแจ้งเกิดและเอ็ดการ์ ดาวิดส์ก็เป็นหนึ่งในนักเตะที่แจ่งเกิดในยุคนั้นเช่นกัน หลังจากนั้นเขาก็ย้ายทีมไปอยู่เอซีมิลาน แน่นอนว่าในการย้ายไปครั้งนั้นการที่เขาจะประสบความสำเร็จในลักอิตาลีนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่าย

เพราะในตอนที่เขาไปอยู่เอซีมิลานนั้นมันมีปัญหามากมายเกิดขึ้นโดยเฉพาะอาการบาดเจ็บทำให้เขานั้นต้องอยู่กับตัวเองมากขึ้นและลงเล่นเพียง19นัดหลังจากที่ย้ายไปใน2ปีนั้น เมื่อเขานั้นบาดเจ็บและไม่สามารถเล่นได้เขาจำเป็นต้องรักษาตัวและมันเป็นสิ่งที่ทำให้เขานั้นเกิดอาการซึมเศร้าและไม่ประสบความสำเร็จสำหรับการย้างเข้ามาอยู่กับเอซีมิลาน

จุดเปลี่ยนอีกหนึ่งครั้งสำคัญในชีวิตขิงเขาก็คือการย้ายไปซบยูเวนตุสเป็นการย้านทีมอีกครั้งสำหรับเขามันเหมือนเป็นการเกิดใหม่สำหรับเขา เขานั้นได้เข้ามาอยู่กับยูเวนตุสและได้ลงเล่นกับเหล่าบรรดานักเตะที่เซนส์มีความทันกัน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปสำหรับเขาในตอนนั้นเลยก็คือเขาไม่ต้องคอยแย่งบอลและทำเกมส์รุก

เพราะตอนนั้นมีมิดฟิลด์ตัวรุกระดับโลกอย่างซีเนดีน ซีดานอยู่นั่นเองเขาบอกว่านี่คือคู่หูที่ดีที่สุดของเขาตลอดชีวิตการค้าแข้งในอาชีพฟุตบอล เขาบอกกับสื่ออีกว่าระหว่างเขากับซีดานนั้นเป็นการจับคู่ในการเล่นที่สมบูรณ์แบบรวดเร็วทีและเต็มไปด้วยความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ก้ถือว่าเส้นทางในสายอาชีพฟุตบอลของเอ็ดการ์ ดาวิดส์นั้นมีความน่าสนใจอย่างมากเลยทีเดียว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  gclub slot ทดลองเล่น

ธ.ค. 09

โรนัลโด R9กับการสับขาหลอก

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้นั้นในวงการฟุตบอลจะมีกองหน้าที่เติบโตขึ้นมามากมายและได้มีการแจ้งเกิดและได้ขึ้นมาเป็นดาวในการทำประตูเยอะแยะมากมาย แต่ถ้าหากย้อนกลับไปในยุค 90 นั้น

เขาคนนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในขวัญใจและยังถือว่าเป็นหนึ่งในฮีโร่ของแฟนบอลด้วยนั่นก็คือ โรนัลโด้ R9 นั่นเองเขานั้นได้รับชื่อว่ากองหน้าปรากฎการณ์เป็นเรื่องที่จับต้องได้และเป็นเรื่องราวที่จดจำได้นั่นก็คือในเรื่องของการสับขาหลอก

ถือว่าเขานั้นเป็นไอดอลของหลายๆคนในการใช้เทคนิคนี้ในการเล่นฟุตบอลเลยก็ว่าได้ และการสับขาหลอกขแงเขานั้นยังเป็นสิ่งที่หลายคนนั้นยังคงค้นหาคำตอบว่าการสับขาหลอกของเขานี้นั้นสามารถทำได้อย่างไรและวิธีการทำนั้นยากง่ายเพียงใดและการที่เขาสับขาหลอกนั้นทำไมจึงทำให้เขานั้นกลายเป็นนักฟุตบอลที่รับมือยากที่สุดในโลก

ถ้าหากจะนิยาทคุณสมบัติของดาวยิงทีมชาติบราซิลคนนี้นั้นก็มีเรื่องที่โด่เด่นและน่าสนใจอยู่หลายๆเรื่องและเป็นเรื่องที่มีความสำคัญทั้งสิ้นสำหรับการเป็นกองหน้าระดับโลก ซึ่งคุณสมบัติที่โดเด่นของเขานั้นก็ได้แก่ ความรวดเร็ว คล่องตัวมีความแข็งแกร่งในการเล่นมีความฉียบคม

โดยเฉพาะในการทำประตูและที่สำคัยอบ่างมากข้อหนึ่งเลยก็คือความฉลาดของเขาในการสร้างสรรค์เกมส์นั่นเองและสิ่งเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สามารถนำมาใช้เป็นคำนิยมสำหรับโรนัลโดได้เลยนั่นเอง

การสับขาหลอกของโรนัลโดนั้นถือว่าได้รับการพูดถึงและนำมาวิเคราะหือย่างมากมาย โดยการสับขาหลอกนั้นอาจจะมีการแบ่งออกเป็นหลายๆประเภทแต่ประเภทที่สามารถแบ่งและเห็นได้อย่างชัดเจนจะถูกแบ่งออกเป็น3ประเภทหลักๆ เริ่มจากการสับขาหลอกพร้มอกับการโน้มตัวไปข้างหน้าหรือเรียกว่าการเลี้ยงจี้ในภาษาฟุตบอล

ซึ่งเทคนิคนี้นั้นเป็นสิ่งที่โรนัลโดนั้นใช้อยู่เป็นประจำโดยการเลี้ยงจู่และโน้มตัวเข้าหานั้นเป็นสิ่งที่จะทำให้เขาได้ชิงเหลี่ยม ชิงความได้เปรียบและชิงจังหวะสุดท้ายและเมื่อเขานั้นสับขาหลอกแล้วนั้นก็จะทำให้กองหลังของคู่ต่อสู้เกิดการสับสนและอาจจะหลงทิศหลงทางไปแล้วนั้นเพียงเสี้ยววินาทีตรงนั้นก็คือเวลาที่เขานั้นจะจัดการและยิงประตูเข้าไปด้วยความเร็วนั่นเอง

การสับขาด้วยความเร็วเขามักจะใช้ในช่วงเวลาที่ฟุตบอลนั้นหยุดนิ่งไม่ได้มีการเคลื่อนที่ เขานั้นสับขาหลอกอย่างรวดเร็วเพื่อให้คู่ต่อสู้นั้นพุ่งเข้ามาเพื่อจะแย่งบอลในจังหวะนั้นเองเขาก็จะแตะบอลหนีห่างคู่ต่อสู้แล้วชิงความได้เปรียบในการทำประตู

การสับขาหลอกแบบช้าๆและใช้เอวในการโยกหลอกซึ่งเป็นการสับหลอกที่ค่อนข้างจะมีความคลาสสิคมักจะเกิดขึ้นในกลางสนามขณะที่เขานั้นครอบครองบอลอยู่แต่อาจจะไม่ใช่เทคนิคการสับหลอกที่จะสามารถใช้ในพื้นที่สุดท้ายได้

ซึ่งการโยกเอวในขณะที่สับหลอกนั้นเป็นเหมือนการดึงจังหวะในการโยกหลอกคู่ต่อสู้เท่านั้น ทั้งสามเทคนนิคนี้นั้นก็ถือว่าเป็นเทคนิคที่โรนัลโดนั้นใช้อยู่เป็นประจำและเป็นเทคนิคที่ยากจะเรียนแบบด้วย อย่างไรก็ตามเทคนิคเหล่านี้สามารถทำได้ก็ต่อเมื่อมีการฝึกฝนอย่างชำนาญและเกิดทักษะที่ดี

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    เซ็กซี่ บาคาร่าออนไลน์

ธ.ค. 02

มินามิโนะจากเจลีกสู่ลีกยุโรป

    ในวงการฟุตบอลลูกหนังในยุโรปโดยเฉพาะลีกดังของอังกฤษปัจจุบันมักจะหาจุดเชื่อมโยงของพวกเรา เผ่าพันธุ์ของพวกเรา ดังนั้นคนผิวเหลืองเจ้าของชื่อมินามิโนนั้นน่าจะเป็นหนึ่งในนั้น

เขานั้นเป็นนักเตะชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ได้ย้ายไปเล่นให้กับทีมชื่อดังในอังกฤษอย่างลิเวอร์พูลถือว่าเส้นทางในวงการลูกหนังของเขานั้นมีความน้าสนใจมากเลยทีเดียว

เพราะในตอนที่เขานั้นได้ย้ายมาจากญี่ปุ่นนั้นเขาถือว่าเป็นนักกีฬาฟุตบอลที่ได้ถูกคาดหมายและได้ถูกตั้งความหวังไว้อย่างมากและนี่ก็ถือว่าเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญของวงการฟุตบอลอย่างเจลีกนั่นเอง

 

ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่เขานั้นอยู่ในกัยบทีม เรเรซโซ โอซาก้า ซึ่งเป็นหนึ่งในสโมสรที่มีเรื่องราวมากมายและมีประวัติที่ยาวนานมากถึง60ปี และเป็นทีมที่มีการผลักดันและเปิดโอกาสให้นักเตะนั้นไปเล่นในลีกยุโรปด้วยและซึ่งแม้ว่าเรเรซโซ โอซาก้านั้นจะเป็นทีมที่ไม่เคยได้แชมป์ในเจลีกเลยก็ตามแต่เรเรซโซ โอซาก้านั้นถือว่าเป็นโรงอาหารในการผลิตอาหารชั้นดีและส่งออกนักฟุตบอลมีฝีมือดีออกจากญี่ปุ่นสู่ลีกยุโรปเยอะแยะมากมาย

มินามิโนะนั้นถูกดึงขึ้นมาให้เล่นในชุดใหญ่ในตอนที่เขานั้นอายุได้17ปีและในปี 2013 นั้นในนัดที่แมนยูได้ลงอุ่นเครื่องกับ

เรเรซโซ โอซาก้านั้นซึ่งในตอนนั้นอาจจะเป็นในเรื่องของการตลาดและหนึ่งในนักเตะที่มาเยือนในครั้งนั้นก็คือนักเตะชาวญี่ปุ่นเช่นเดียวกันก็คือ ชินจิ คางาวะ เป็นเหมือนการได้กลับบ้านของเขาและในครั้งนั้นแฟนบอลท้องถิ่นตั้งหน้าตั้งตารอคอยเกมส์การแข่งขันนี้อย่างมาก ในเกมส์การแข่งขันครั้งนั้น

ลงเอยด้วยการเสมอกัน ถึงแม้ว่าจะเป็นนัดที่น่าสนใจแต่มินามิโนะนั้นคือคนที่ขโมยซีนทั้งหมดไปในวันที่เข้าอายุเพียง18ปีเท่านั้น เพราะเขาสามารถทำประตูได้ด้วยในเกมส์การแข่งขันครั้งนั้น ทำให้เขานั้นเริ่มได้รับความสนใจและได้รับการจับตามอง

ในปี 2014 Red Bull Salzburg ได้มีการเซ็นสัญญาและคว้าตัวเขาไปร่วมทัพ ทีมนี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งีทมที่มีการพัฒนาและส่งนักฟุตบอลไปยังลีกที่สูงขึ้น ดดยเขานั้นใช้เวลาในการอยู่ในทีมนานถึงต้นปี2020

ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่หนักหน่วงและเป็นช่วงเวลาที่เขานั้นต้องตั้งใจและมีควมมุ่งมั่นและความพยายามอย่างมาก ก็ทำให้เขานั้นได้รับโอกาสและเขาก็คว้าโอกาสในการที่จะข้ามพรมแดนเพื่อการเติบโตยิ่งขึ้นไปในวงการลูกหนังของเขานั่นเอง

ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่มีความสามารถและมีความมุ่งมั่นรวมถึงความกล้าในการที่จะทำให้ตัวเองนั้นเติบโตถึงแม้จะเป็นสิ่งที่ท้าทายแต่เชื่อว่าเขาจะสามารถพัฒนาและอยู่ร่วมกับทีมลิเวอร์พูลได้อย่างราบรื่นและที่สำคัญเขาจะได้แสดงความสามารถที่มีให้แฟนบอลได้เห็น

 

สนับสนุน โดย  บาคาร่าออนไลน์ ได้เงินจริง

พ.ย. 25

เบื้องหลังของคนที่ถูกตีตราว่าเป็นพี่ชายที่สูบเลือดสูบเนื้อ

ในวงการฟุตบอลหากนึกถึงนักเตะที่โด่งดังมีชื่อเสียงและเป็นนักเตะในระดับตำนานโรนัลดินโญ่ถือว่าเป็นนักเตะที่มีคุณสมบัติดังกล่าวที่กล่าวไปอย่างครบถ้วน แต่แน่นอนว่าบนเส้นทางอาชีพในวงการกีฬาฟุตบอลของเขานั้นเขามักจะเคียงคู่ดับพี่ชายอัลแบรโต้เสมอ เพราะพี่ชายเขานั้นเป็นเอเย่นให้กับเขาในตอนที่เขานั้นเดินทางเส้นทางอาชีพฟุตบอลนั่นเอง

ด้วยความที่เป็นเออเย่นและอยู่เคียงข้างโรนัลดินโญ่เสมอ ทำให้อัลแบรโต้นั้นถูกมองเสมอว่าเป็นพี่ชายที่สูบเลือดสูบเนื้อน้องชายของตนเอง ซึ่งหากมองจากคนภายนอกแล้วนั้นมันก็ไม่ผิดไปแต่อย่างใด เพราะอัลแบรโต้นั้นก็เป็นไปในลักษณะนั้นจริงๆ แต่ถ้าหากมองอีกมุมหนึ่งที่อัลแบรโต้นั้นได้เป็นผู้สร้างและทำให้โรนัลดินโญ่นั้นมีทุกวันนี้ได้ก็บอกได้เลยว่าสิ่งที่อัลแบรโต้นั้นได้จาก โรนัลดินโญ่ไม่เท่ากับที่โรนัลดินโญ่นั้นได้จากอัลแบรโต้เลย

เรื่องราวที่เกิดขึ้นและถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของครอบครวเขานั้นก็คือในช่วงเวลาที่สูญเสียคุณพ่อไปนั่นเองและภาระหน้าที่ที่หนักอึ้งด้วยการดูและครอลบครัวที่มีแม่และน้องอีกสองคนจึงตกอยู่ที่อับแบรโต้เด็กชายผู้ซึ่งมีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น แต่เขานั้นก็พร้อมที่จะรับภาระอันหนักอึ้งนั้นไว้ ซึ่งในตอนนั้นโรนัลดินโญ่อายุได้เพียง8ปีเท่านั้น

แต่ด้วยความที่อัลแบรโต้นั้นเป็นนักกีฬาฟุตบอลในระดับสโมสรและเป็นนักกีฬาฟุตบอลที่ถือว่ามีฝีเท้าที่โดดเด่นก่อนที่พ่อเขานั้นจะจากไปทำให้เขาได้เดินทางเส้นทางฟุตบอลต่อมาหลังจากนั้นด้วยความที่ต้องดูและน้องเขาจึงมักจะพาโรนัลดินโญ่นั้นไปที่สนามเพื่อฝึกซ้อมด้วยเสมอ

และยังให้โรนัลดินโญ่นั้นเล่นกับเพื่อนในรุ่นราวคราวเดียวกับเขาด้วยนั่นหมายความว่าโรนัลดินโญ่นั้นจะต้องเล่นกับผู้เล่นที่มีอายุมากกว่าเขาหลายปีเลยทีเดียวนั่นจึงเป็นสิ่งที่ทำให้โรนัลดินโญ่นั้นเป็นนักเตะที่มีทักษะที่ดีและเป็นนักเตะที่ไม่กลัวคู่ต่อสู้ไม่ว่าคู่ต่อสู้นั้นจะมีท่าทางน่ากลัวมากเท่าไหร่ก็ตาม

อัลแบรโต้ถือว่าเป็นคนที่เข้มงวดมาก เพราะเขานั้นฝึกฝนและขัดเกลาโรนัลดินโญ่มาตั้งแต่ยังเด็กช่วงอายุ8ปีนั้นที่จำความได้ อัลแบรโต้นั้นมักจะให้โรนัลดินโญ่เดาะบอลทุกวันวันละหลายร้อยครั้งและเพิ่มจำนวนขึ้นไปเรื่อยๆ และมักั่งสอนในเรื่อของทักษะที่ดีและการเลี้ยงบอลที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

พูดง่ายๆว่าเขานั้นได้ฝึกฝนและสอนโรนัลดินโญ่ในการเล่นบอลอย่างครบเครื่องนั่นเอง และนี่เป็นสิ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าสิ่งที่อัลแบรโต้นั้นทำให้โรนัลดินโญ่ที่ผ่านมานั้นมันเทียบเท่าไม่ได้กับที่โรนัลดินโญ่นั้นทำให้เขาเลย ถึงแม้เขาจะถูกตีตราว่าเป็นพี่ชายที่สูบเลือดสูบเนื้อ แต่สิ่งที่โรนัลดินโญ่นั้นรู้ดีก็คือความใส่ใจและความรักที่อัลแบรโต้นั้นมีให้แก่เขา มันจึงเป็นสิ่งที่ทำให้เขานั้นสามารถมองข้ามเรื่องเหล่านี้ไปได้

 

 

สนับสนุนโดย    Gclub มือถือ

พ.ย. 19

นักกีฬาไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

หลายๆครั้งเรานั้นมักจะดูถูกนักกีฬาไทยอย่างมากว่าเรานั้นไม่สามารถไปถึงการเป็นแชมป์โลกหรือการติดอันดับต้นๆของโลกได้

ซึ่งสิ่งนี้นั้นถ้าหากจะคิดก็ไม่ใช่เรื่องผิดเพราะด้วยนิสัยของคนไทยและในเรื่องของสปอนเซอร์ที่จะสนับสนุนเพื่อให้นักกีฬาไทยนั้นได้มีการพัฒนาและการเล่นให้เทียบเท่ากับนีกกีฬาอื่นๆทั่วโลกได้ ทำให้ในบางครั้งนักกีฬาไทยจึงไม่มีศักยาภาพมากพอที่จะไปแข่งขันกับนักกีฬาชาติอื่นๆนั่นเอง

แต่ก็มีนักกีฬาไทยหลายคนที่ได้พิสูจน์แล้วว่า ถึงแม้ว่าเรานั้นจะเป็นนักกีฬาไทยที่ถูกมองว่าไม่มีศักยภาพมากพอที่จะติดอันดับค้นของโลก ก็สามารถที่จะทำให้ตัวเองนั้นก้าวเข้าสู่การเป็รอันดับต้นๆของโลกได้ ซึ่งนักกีฬาที่สามารถขึ้นไปในอันดับต้นๆของโลกได้ก็เป็นนักกีฬาที่น่าสนใจอย่างมาก

ภราดร ศรีชาพันธุ์ นักเทนนิสชื่อดังที่เชื่อว่าหลายๆคนรู้จัก และภารดรถือว่าเป็นนักกีฬาเทนนิสที่ช่วยเปิดโลกกีฬาเทนนิสสำหรับคนไทยเลยก็ว่าได้ โดยภารดรนั้นมีการเทิร์นโปรนปี 2540 โดยในปีนั้นเขาสามารถทำคะแนนและจบได้ในอันดับที่ร้อยกว่าเพียงเท่านั้นและสามารถแข่งขันตลอดมาจนสามารถขึ้นเป็นนักกีฬาเทนนิสอันดับที่ 9 ของโลกได้ในปี 2546

ในตอนนั้นเขาสามารถทำเงินได้มากกว่า 3 ล้านดอลล่าสหรัฐด้วยการคว้าแชมป์จากรายการการแข่งขันอย่าง เอทีพีทัวร์ทั้งหมด 5 รายการ ถือว่าในปีนั้นเป็นช่วงที่พีคที่สุดของภารดรเลยก็ว่าได้และทำให้เขานั้นเป็นที่รู้จักในฐานะนักกีฬาเทนนิสอันดับที่9ของโลกมากขึ้น และเขาเลิกเล่นอาชีพนี้เมื่อช่วงปี 2553

ถึงแม้จะเลิกเล่นเทนนิสอาชีพไปแล้วแต่ภราดรนั้นก็ถือว่าเป็นนักีฬาที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการเทนนิสไทยเลยก็ว่าได้ ก็เป็นอีกหนึ่งนักกีฬาที่มีฝีมือเทียบเท่ากับนักกีฬาอื่นๆทั่วโลก

รัชพล ภู่โอบอ้อม นักกีฬาสนุ๊กเกอร์ที่ได้รับฉายาว่าต๋อง ศิษย์ฉ่อย เขาสามารถประสบความสำเร็จและไปถึงยังจุดสูงสุดของชีวิตได้ในเพียงวัน 18 ปีเท่านั้นโดยเขานั้นสามารถคว้าแชมป์อย่างการเล่นสนุกเกอร์มือสมัครเล่นของโลกได้ด้วยการเทิร์นโปรในกีฬาสนุ๊กเกอร์เมื่อปี 2532 และมาถึงจุดที่ถือว่าเป็นช่วงพีคและประสบความสัมเร็จที่สุดของเขา

โดยในขณะนั้นเขาขึ้นเป็นนักสนุ๊กเกอร์อันดับที่ 3 ของโลก ในช่วงปี 2537-3538 ดดยเขานั้นมีสไตล์การเล่นที่น่าสนใจอย่างมาก โดยจะเป็นการเล่นสไตล์ที่รวดเร็วและมีความแม่นยำเด็ดขาดด้วย ในปีนั้นเขาสามารถคว้ารางวัลได้มากถึง 9 รายการเลยทีเดียวและสามารถทำลายสถิติการเป็นคนเอเชียคนแรกที่สามารถทำการการแข่งขันสนุ๊กเกอร์ขึ้นเป็นอันดับสามของโลกได้สำเร็จ

ซึ่งเขานั้นทำเงินได้มากกว่า 1 ล้านปอนด์จากการแข่งขันในครั้งนั้นอีกด้วย โดยปัจจุบันนี้นั้นเขาก็ยังคงมีการลงการแข่งขันสนุ๊กเกอร์อยู่ และดำรงตำแหน่งอยู่ที่อันดับที่ 89 ของโลก ซึ่งถือว่าเป็นนักกีฬาไทยที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งและได้รับการยกย่องจากชาวต่างชาติย่างมากมายด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  UFABET เว็บตรง

พ.ย. 11

ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟกับสไตล์การเล่นที่เรียบง่าย

สำหรับนักฟุตบอลที่มีลักษระเช่นนี้นั้นถือว่ามีอยู่ในแทบจะทุกยุคทุกสมัยก็ว่าได้ โดยฟุตบอลนั้นเป็นกีฬาที่มีการเล่นเป็นทีม ทำให้ในบางครั้งเราอาจจะรู้สึกว่าในทีมนั้นจะมีคนหรือสองคนในทีมที่จะดูเหมือนไม่ค่อยวิ่งเท่าไหร่หรือดูเหมือนว่าขี้เกียจที่จะตามบอล ไล่บอล

หรือการเคลื่อนไหวเมื่ออยู่ในสนามแต่สุดท้ายแล้วคนเหล่านี้ก็ยังคงเป็นนักเตะที่เป็นตัวสำคัญของทีมอยู่เสมอและคนที่เชื่อว่าหลายๆคนนั้นนึกถึงก็คือ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟแน่นอน เขานั้นได้รับฉายาว่าศิลปินแห่งวงการลูกหนังที่เต็มไปด้วยความขี้เกียจ

หากนึกถึงเขาแล้วนั้นในเรื่องของทรใวดทรงรูปร่างของเขาถือว่ามีความสวยงามอย่างมาก เล่นในตำแหน่งและอยู่ในพื้นที่ที่อาจจะมีความจำกัดในการเล่นนิดหน่อย แต่ในทุกครั้งที่เขานั้นขยับตัวหรือเคลื่อไหวมักจะเกิดเรื่องราวหรือเกิดผลประโยชน์ต่างๆตามมา ไม่ว่าจะเป็นสถิติในการทำประตูหรือว่าความสำคัญในการอยู่ตำแหน่งนั้นๆ

ไม่ว่าเขานั้นจะไปอยู่ในสโมสรทีมใดก็ตามนักเตะด้วยกันก็มักจะบอกว่าเขานั้นเป็นนักเตะทุถูกมองว่าเป็นนักเตะเกรดพรีเมี่ยมของทีมนั้นๆก็ว่าได้

แต่ส่วนมากนั้นเขามักจะโดนคำถามแรกและมักจะมีการถูกถามเสมอว่าเขานั้นมีสไตล์การเล่นแบบนี้นั้นเบอร์บาตอฟนั้นเป็นนักเตะที่มีความขี้เกียจหรือเปล่า เพราะด้วยสไตล์การเล่นที่ไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหวหรือเหมือนจะไม่ค่อยวิ่งสักเท่าไหร่ ได้มีการจัดอันดับและจับอุณหภูมิความร้อนของร่างกายนักเตะในสนามโดยเพื่อให้ได้เห็นว่าในแต่ละนัดนั้น

นักเตะได้พาตัวเองไปอยู่ในจุดไหนของสนามบ้างและในนัดที่ทีมฟูแล่มนั้นเจอกับนิสคลาสเซิล ซึ่งเป็นช่วงยุคท้ายๆที่เบอร์บาตอฟนั้นด้ายไปอยู่กับทีมฟูแล่ม โดยผลการจับอุณหภูมินั้นความร้อนในร่างกายได้จัดอันดับได้ว่า เบอร์บาตอฟนั้นได้อยู่ในเกือยทุกจุดของสนาม สิ่งนี้จึงถือว่าเป็นข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น เพราะหลายคนได้บอกว่าเขานั้นเป็นนักเตะที่มีสไตล์การเล่นที่ขี้เกียจนั่นเอง

สิ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่บ่งบอกและวัดผลได้อย่างชัดเจนว่า เบอร์บาตอฟนั้นเป็นนักเตะที่มีสไตล์การเล่นที่มีลักษณะค่อนข้างจะเรียบง่ายแต่ความเรียบง่ายนี้นั้นก็ทรงไปด้วยประสิทธิภาพในการเล่นเป็นอย่างดีเยี่ยม 

มีหลายครั้งที่เขานั้นมักจะโดนถามว่าในเมื่อสามารถเล่นได้ ไล่บอลได้ ทำไมเขาเลือกที่จะมีสไตล์การเล่นแบบนี้ เขามักจะบอกว่าเขาชอบและรักในการที่จะเล่นฟุตบอลด้วยถ่วงท่าที่สวยงามและมีความราบเรียบที่สุดและนี่ก้ถือว่าเป็นปรัชญาและสิ่งที่เขานั้นคิดตั้งแต่ยังเด็กและสามารถทำได้จนปัจจุบัน

 

 

สนับสนุนโดย  gclub ทดลองเล่นฟรี

พ.ย. 04

ความผิดพลาดของ รอย แคร์โรลล์

หลังจากที่จบช่วงการแข่งขันฟุตบอลในปี 1999 มาแล้วนั้น อเล็กซ์ เฟอร์กูสันนั้นได้ตามหาคนที่จะเข้ามาเป็นตัวแทนของ ปีเตอร์ ชไมเคิลอย่างหนักหน่วงมาก ถึงแม้จะมีหลายคนที่เข้ามาเพื่อเป็นผู้รักษาประตูนั้น

แต่ก็ยังไม่ได้มีฝีมือที่โดดเด่นและแตกต่างมากนักและยังไม่สามารถที่จะก้าวมาสู่การเป็นผู้รักษาประตูที่ได้รับความไว้วางใจและได้รับการยกย่อง จนกระทั่งในช่วงประมาณปี 2004-2005 รอย คาร์โรลล์นั้น

ได้เข้ามาแย่งตำแหน่งผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมและก็ยึดตำแหน่งในการรักษาประตูยาวจนกระทั่งจบซีซั่นและในปีนั้นถือว่าเป็นปีแห่งความทรงจำที่ยิ่งใหญ่ของเขาเลยทีเดียว ซึ่งเขานั้นได้ลงเล่นในการแข่งขันทั้งหมด 34 เกมส์และเป็นตัวหลักอย่างชัดเจน

แต่สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงและพลิกผันเลยนั้น เริ่มต้นขึ้นในปี 2005 ในช่วงต้นเดือนมกราคม โดยในเกมส์การแข่งขันวันนั้นแมนยูไนเต็ดได้เจอกับสเปอร์และในเกมส์การแข่งขันนั้นผลก็เสมอกันจนในนาทีสุดท้ายในขณะที่แคร์โรลล์นั้นได้เครียบอลและตังเขานั้นอยู่ที่ครึ่งของสนาม แต่บอลดันไปเข้าทางฝั่งผู้เล่นของสเปอร์

ทำให้ฝู้เล่นในฝั่งสเปอร์นั้นพยายามที่จะฉกฉวยโอกาสในขณะที่แคร์โรลล์นั้นกำลังวิ่งกลับไปเพื่อรักษาประตู นักเตะในฝั่งของสเปอร์นั้นยิงทันทีและบอลก็ลอยโด่ไปไปชนกับหน้าอกของเขาแต่บอลนั้นก็กระเด้งเข้าไปในโกแต่แคร์โรลล์ก็สามารถใช้มือปัดบอลออกมาได้อย่างทันท่วงทีเลยทีเดียวและสิ่งที่พีคกว่านั้นก็คือผู้ตัดสินนั้นไม่ทันได้เห็นเหตุการณ์และตัดสินว่าสเปอร์นั้นไม่ได้ประตูในการยิงลูกนั้นนั่นเอง

แต่สิ่งที่ถือว่าเป็นสิ่งที่ตามหลอกหลานเข้าอยู่เสมอนั่นก็คือภาพที่ถูกฉายและถูกรีเพลล์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าและมีการวิพากษ์วิจารณ์ในรายการกีฬาต่างๆและนั่นเป็นไม้ตายหมัดแรกที่แคร์โรลล์นั้นรู้สึกว่าเขาได้โดนน็อคเลยก็ว่าได้และมันเป็นปัญหาอย่างมากที่ถาโถมเข้าใส่เขาถือว่าความผิดพลาดในครั้งนั้นของเขาเป็นความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่มาก ทำให้เกิดผลกระทบตามมาในเรื่องของความเชื่อมั่นความเชื่อใจ และความไว้ใจในตัวเองนั้นลดลงและมันเป็นสิ่งที่ทำให้เขานั้นเกิดความผิดพลาดซ้ำๆ ทำให้ทีมนั้นต้องตกรอบในรายการแข่งขันหลายต่อหลายครั้ง

ในความผิดพลาดที่หลอกหลอนเขานั้นมันก็มาจากความผิดพลาดที่ป็นฝันร้ายใมนเกมส์การแข่งขันในครั้งนั้น เพราะเขานั้นรู้และเข้าใจว่าทุกๆคนในทีมคาดหวังและฝากความหวังที่ยิ่งใหญ่ไว้ให้กับเขาพอสมควรและเขาก็พยายามที่จะพิสูจน์ตัวเองให้ผู้ร่วมทีมนั้นได้เห็นอยู่ตลอดแต่สุดท้ายแล้วเขาไม่สามารถที่จะรับมือกับความผิดพลาดของเขาได้ทำให้เขานั้นมีชีวิตที่จมดิ่งลงไปและสุดท้ายก็ต้องย้ายจากทีมชื่อดังอย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและไปทีมอื่นโดยไม่มีค่าตัว ก็ถือว่าเป็นคามผิดพลาดที่แคร์โรลล์นั้นยากที่จะลืม

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    ทางเข้าufabet168

Older posts «